Home / Airlines  / Air India  / India 6 hrs

India 6 hrs

“ การออกเดินทางในครั้งมี ผมพกความกลัวมาเต็มเปี่ยม โดยไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ของการแวะเปลี่ยนเครื่อง เพื่อจุดหมายปลายทางสิงคโปร์ เพียงแค่ 6 ชั่วโมง แต่มันก็ดูยาวนานเหลือเกิน ”

 

จุดเริ่มต้น

 

 

[ 06:00 ] ระบบล่ม
เป็นเช้าของการเริ่มต้นที่ดูปกติ เหมือนทุก ๆครั้งที่ผ่านมา ผมมารอเข้าแถวตั้งแต่ 05:50 เพื่อจะได้เช็คอินเป็นคนแรก ๆ จะได้มีเวลาไปนั่งพักผ่อนที่เกท แต่สุดท้ายก็เกิดปัญหาในการ Check-In คือเจ้าหน้าที่แจ้งว่าระบบล่ม หลังจากที่ ผู้โดยสารยืนรออย่างสงสัยเกือบครึ่งชั่วโมง ผู้โดยสารคนอื่น ๆ รวมทั้งผม ยืนรอกันเกือบ 1 ชั่วโมงเต็ม จนระบบกลับมาทำการ Check-In ได้ในที่สุด

Air India Boeing 787-8 Dreamliner

[ 08:00 ] ไปอินเดีย ก็ต้อง Air India สิ!
ผมเริ่มวางแผนเพื่อจะไปงานสิงคโปร์แอร์โชว์ ตั้งแต่กุมภาปีก่อน(2558) หรือเกือบ 1 ปีเต็มๆ ก่อนเดินทาง แปลว่าสามารถรอดูโปรโมรชั่นของ แต่ละสายการบินได้อย่างไม่รีบร้อน แบบที่ราคาพอฟัด พอเหวี่ยง แต่ก็มีอยู่สายการบินนึงที่สะดุดตาขึ้นมาคือ Air India ที่จะต้องแวะไปเปลี่ยนเครื่อง (Transit) ที่ นิว เดลี ใช้เวลาเดินทางรวม 23 ชั่วโมง จากปกที่ชาวบ้าน ชาวช่อง เขาบินแค่ 2 ชั่วโมงก็ถึง สิงคโปร์ ผมชั่งใจอยู่หนึ่งสัปดาห์ว่าจะไปเปลี่ยนเครื่องดีหรือไม่ แต่ก็คิดเข้าข้างตัวเอง ว่าเป็น Full Service นะ เป็นเครื่องบินรุ่นใหม่คือ Boeing 787-8 Dreamliner นะ นั่งสบายนะ มีอาหารอีกด้วย …สุดท้ายผู้ชนะตกเป็นของ Air India แถมด้วยการดีเลย์จากระบบเช็คอินล่มเป็นรางวัลอีก 1 ชั่วโมงเต็มๆ

 

ชั่วโมงที่ 1

[ 13:00 ] Welcome to India

หลังจากใช้เวลาบินเกือบ 5 ชั่วโมง ผมก็เดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี ทันทีที่ล้อแตะพื้นผมยิ่งตื่นเต้นที่จะได้เจอผู้คน วัฒนธรรม อาหาร ภาษา อะไรก็ตามที่ไม่เคยเจอมาก่อน หรือแม้กระทั่ง “กลิ่น” ที่ใครๆ ต่อใครบอก

Welcome to India ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

 

พอออกจากเครื่องผมก็รีบตรงไปยังตรวจคนเข้าเมืองทันที เพราะเรามีเวลาไม่มาก พอถึงคิวผม ก็ยื่นหนังสือเดินทางพร้อมกับตั๋วทั้งสองเที่ยว ให้เจ้าหน้าที่ แต่สิ่งที่ผมไม่คาดคิดคือ ผมถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าประเทศ พยายามถามเหตุผลก็บอกแต่เพียงว่า ตั๋วของผมเป็นแบบ Transit ฉะนั้นผมจะไม่สามารถเข้าเมืองได้ ยังไงก็ต้องกลับขึ้นไปรอที่เกท เพื่อรอบินไปสิงคโปร์ตอน 23:00 น.

ผมก็บอกย้ำกับ เจ้าหน้าที่ว่า ทางสถานทูตอินเดียประจำประเทศไทย บอกว่าถ้าทำวีซ่าแบบ Transit ยังไงก็เข้าได้ แต่ผมก็ยังคงได้รับคำตอบเดิมจากเจ้าหน้าที่ว่า ไม่อนุญาตให้เข้าเมือง ยังไงก็ต้องกลับไปรอที่เกท แต่ในระหว่างนั้น ผมสังเกตอากัปกิริยา ของ ตม.คนนี้เหมือนพยายามมองหาใครบางคน เพื่อช่วยตัดสินใจเกี่ยวกับกรณีของผม ตอนนั้นผมก็แอบถอดใจเล็กน้อยว่าไม่เป็นไร เข้าไม่ได้ก็ไม่เข้า ไว้คราวหน้า ผมเลยรับหนังสือเดินทาง แล้วเดินออกมาจากบริเวณ แบบงงๆ กับเหตุผลว่าเกิดอะไรขึ้น

เอาวะ!!! ลองอีกสักตั้ง ผมเลยเดินมา ตม.แถวหน้าๆ เพื่อหลบสายตา ตม.คนนั้น โดยครั้งนี้ผมยืนแต่ Passport ไปอย่างเดียว จุุดนี้มันเหมือนเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานยังไงไม่รู้ แต่สุดท้ายผมก็ได้ยินเสียงตรายาง ปั๊มลงบนสมุดเดินทางของผม วินาทีนั้นเป็นอะไรที่สุดยอดมาก โคตรดีใจเลย ถือเป็นกุญแจดอกแรกสำหรับผม ที่ถูกไขให้ได้เข้าไปลุยเมืองอินเดียในครั้งนี้

นั่งรถไฟฟ้าจากสนามบิน เข้าไปยังสถานีรถไฟสายหลักในนิวเดลี

[ 14:00 ] heading to Akshardham

หลังจากเดินออกมาจากอาคารผู้โดยสารผมก็เดินบึ่งไปที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินทันที ได้ตั๋วเป็นแบบเหรียญแตะ ชนิดไป-กลับ ในราคา 120 รูปี มีเจ้าหน้ากดตู้อัตโนมัติให้ ลืมบอกไปว่า ภายในระบบรถไฟฟ้า รวมถึงสถานีรถไฟของอินเดียห้ามถ่ายรูป ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร

ภายในตู้โดยสาร ในช่วงบ่ายของวัน คนยังไม่แน่น(เท่าตอนเย็น)

พอเดินมาได้สักพักก่อนเข้าสู่ตัวสถานีก็จะมี เจ้าหน้าที่ ยืนตรวจความปลอดภัยภัย โดยที่เราต้องสแกนกระเป๋าก่อนทุกครั้ง จากนั้นผมก็มุ่งหน้าสู่สถานี New Delhi เพิ่มเปลี่ยนขบวนไปยังสถานี Akshardham

[ 15:00 ] ผิดหวังที่ Akshardham

หน้าประตูทางเข้าวัดอักชารดาห์ม เมื่อเข้าไปจะต้องรับการตรวจกระเป๋า

 

เวลาบ่ายสามโมง ก็มาถึงยังสถานีอักชารดาห์ม ก็รีบเดินออกจากสถานี เพราะใกล้ค่ำลงทุกที ก็ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที พร้อมด้วยเป้สำภาระที่หลังอันหนักอึ่งประมาณ 10 กิโลกรัม พอไปถึงก็ผิดคาด เพราะทำการบ้านมาไม่ดีพอ ผมเข้าใจว่า ถ้าจะเข้าไปภายในวิหาร ถึงต้องฝากประเป๋า แต่ที่ไหนได้ ต้องฝากกระเป๋า ตั้งแต่เข้าไปเขตวัด ผมเลยตัดสินใจยกเลิกไม่เข้าไปดีกว่า กลัวของในกระเป๋าหายมาก ๆ ถึงแม้จะฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ทางวัดไว้ก็ตาม แต่ขอบายดีกว่า ผมจึงเดินหันหลังกลับออกมา แบบเสียดายนิด ๆ แต่ก็ไม่เป็นไร ไว้คราวหน้า

 

[ 15:30 ] มุ่งหน้าสู่ India Gate

หลังจากผิดหวังที่ Akshardham ผมก็กลับมาขึ้นรถไฟฟ้าต่อมาที่สถานี Pragati Maidan

 

 

ซึ่งนั่งมาเพียงแค่ไม่กี่สถานี คราวนี้พอมาถึงเห็นรถเหลืองจึงเกิดพอเดีย กับความอยากว่าไหนๆ มาแล้วต้องลองรถสามล้อเหลือง(Ricksaw) เมืองแขกดูสักครั้ง

ระหว่างติดไฟแดง ก็มีคนเดินเอาบ้านจิ๊กซอว์มาเดินขาย

 

 

I’m half Thai-Indian

ลองเทียบกันดูลูกครึ่งจริงมั๊ย

 

บนสนทนาเรื่องสถานที่ปลายทางจบลง คนขับก็เรียกค่าจ้างที่ 80 รูปี ผมเองไม่รู้นะว่าระยะแค่นี้ควรจะเท่าไหร่ เพราะหลาย ๆ เว็บก็ไม่มีบอกระยะนี้ ก็คงต้องเดากัน แต่ว่ากันว่า ต้องต่อราคาเผื่อจะได้ราคาที่ถูกลง ผมก็บอกว่าลดหน่อยได้ไหม ระยะทางไม่ไกลมาก (ดูจาก Google Maps มาก่อนระยะประมาณ 2 กิโลเมตร) คนขับก็บอกว่าไม่ได้ ราคานี้จริง ๆ ผมก็ลองมุขนี่ดูบ้างผมเป็นลูกครึ่งไทย-อินเดียน นะช่วยลดให้หน่อย มุขนี้ที่หลายคนชอบแซวผมว่า เหมือนแขกบ้าง คนใต้บ้าง กลับได้ผลที่นี่ คนขับลดให้ผมเหลือ 50 รูปี 🙂

 

[16:00 ] India Gate

ทันทีที่ผมก้าวลงจากรถ แล้วมองมายัง India Gate ที่ตั้งตระหงานอยู่ห่างออกไป รู้สึกเหมือนโดนสะกด จากความสวยงาม จากความแปลก และความหลากหลาย ที่ผสมปนเปกันอยู่ที่นั่น

India Gate

 

India Gate มีพื้นที่กว้างใหญ่ ระหว่างทางก็เห็นกลุ่มวัยรุ่นกำลังทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ถัดมาเจอคนขายอาหารพื้นเมืองของอินเดีย ชนิดที่ว่ามีทุก ๆ 10 เมตร ใจนึงก็อยากลอง แต่ก็กลัวท้องเสีย เลยไม่เอาดีกว่า พอยิ่งเดิน ยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ก็มีผู้คนหลายหลายเชื้อชาติ ต่างรวมตัวถ่ายรูปกันอยู่แถวนั้น บางคนก็ใช้บริการถ่ายรูปคนแถวนั้นที่มีกล้อง DSLR ไว้คอยให้บริการ แต่มองตาไม่ได้นะ ไม่งั้น เดินตาม ถามตลอด

Selfie แบบเอียงๆ 🙂

กลุ่มนักเรียนมาทัศนศึกษา เป็นรูปที่ผมชอบที่สุดรูปนึง

 

 

India Gate เป็นสถานที่ๆ สวยงาม มีการสลักชื่อของทหารหาญผู้เสียชีวิตไว้บนนั้น จากสงครามอัฟกัน และสงครามโลก หลายหมื่นชีวิต ซึ่งคล้าย ๆ อนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิในบ้านเรา

ข้าวโพดบนถ่านร้อนๆ

 

[ 18:00 ] ลาก่อน New Delhi

แสงอาทิตย์หมดผมก็มุ่งหน้ากลับมายังสนามบินอินทิรา คานธี

Surya The Resplendent One

 

ผมกะไว้ว่าจะรีบ ผ่านตม.ไปตั้งแต่ทุ่มนึงจะได้ไปพักผ่อนข้างใน ผมก็เตรียมหนังสือเดินทาง และตั๋วที่ออกมาแล้วจากสุวรรณภูมิ พอไปถึง ตม. ปรากฏว่า ไม่ผมอนุญาติให้ออก แต่คราวนี้ดีหน่อยที่เจ้าหน้าที่ ตม.อธิบายให้ผมฟังอย่างละเอียดว่า สามารถที่ไม่ให้ออกเพราะตั๋วอีกใบที่ผมถือนั้นมีตัว T ปรากฏอยู่ และยั้งและนำให้ผมกลับออกไปติดต่อ เจ้าหน้าที่ของสายการบินให้เปลียนตั๋วจาก T เป็น I ก็เรียบร้อย ไม่ต้องกังวล
ทำให้ถึงบางอ้อว่าทำไมขาเข้า ตม.ถึงไม่อนุญาต ก็เพราะตั๋วผมเป็น T จนท.ถึงไม่ยอมให้เข้า แต่คราวนี้ผมต้องเสียเวลาออกมารอ จนกว่าเที่ยวบินผมจะเปิดให้ Check-In ราว ๆ สองทุ่ม จากนั้นผมก็เปลี่ยนตั๋วได้สำเร็จ เป็นอันจบการเดินทางในอินเดีย 6 ชม. ที่มีค่า แต่แน่นอนว่า โอกาสหน้าผมจะกลับมาใหม่ 🙂
*I = International
T= Transit

ป้ายสถานีรถไฟฟ้า New Delhi

 

 

Comments

comments

POST TAGS:

phichya.th@gmail.com

Review overview
NO COMMENTS

Sorry, the comment form is closed at this time.